
เกลือถือเป็นเครื่องปรุงรสที่มีติดครัวกันแทบทุกบ้าน ส่วนใหญ่แล้ว เราจะคุ้นเคยกับเกลือทะเลและเกลือสินเธาว์สีขาว
ซึ่งในปัจจุบันมีเกลือหลายชนิดที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ นั่นคือ เกลือหิมาลัย หรือ เกลือหิมาลายัน
(เกลือสีชมพู)
ที่ว่ากันว่ามีแร่ธาตุเยอะ และดีกว่าเกลือทั่วไปที่เราเคยใช้กัน
ซึ่งของแตกต่างระหว่างเกลือแกง กับเกลือหิมาลายัน มีดังนี้
เกลือแกง หรือ โซเดียมคลอไรด์ (Sodium Chloride) คือเกลือที่เราใช้ประกอบอาหารกันทุกวัน มีประโยชน์ต่อเรามากมาย
ทั้งในการประกอบอาหาร การเก็บรักษาอาหารประเภทหมักดอง ใช้ในทางการแพทย์และการรักษาโรค เช่น ใช้ทำน้ำเกลือ
รักษาอาการไอ เจ็บคอ อันเนื่องมาจากหวัด รักษาอาการคันตามผิวหนัง เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการใช้เกลือในอุตสาหกรรมต่างๆ มากมาย
ข้อเสียที่ชัดเจนที่สุดคือการบริโภคเกลือแกงมากเกินความต้องการของร่างกาย (กินเค็มมากเกินนั่นเอง)
จะส่งผลเสียที่ร้ายแรงต่อร่างกาย กล่าวคือจะเป็นสาเหตุให้เกิดโรคไตนั่นเอง โรคไตไม่ได้มาจากเกลือ แต่มาจากโซเดียม (Na) ที่อยู่ในเกลือนั่นเอง ซึ่งถ้ารับมากเกินไป ร่างกายกำจัดไม่หมด ก็จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของไตได้
ส่วนเกลือหิมาลายัน (เกลือสีชมพู) นอกจากจะใช้ประกอบอาหารแล้ว เกลือหิมาลัยยังนิยมนำมาทำเป็นโคมไฟ
หรือสร้างเป็นถ้ำเกลือหิมาลัยเพื่อช่วยขจัดเชื้อโรคในอากาศ
หลายคนเชื่อว่าการบริโภคเกลือหิมาลัยเป็นประจำจะช่วยให้สุขภาพดีขึ้น เพราะมีประโยชน์มากมาย ดังนี้
ช่วยรักษาระดับของเหลวในร่างกาย
ช่วยปรับสมดุลค่าความเป็นกรดด่าง (pH balance) ในเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์สมอง
> ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และชะลอวัย
> ช่วยดูดซึมอนุภาคอาหาร (food particles) ในลำไส้
> ช่วยให้สมอง กล้ามเนื้อ และระบบประสาททำงานได้ดีขึ้น
>ช่วยให้ระบบทางเดินหายใจ รวมถึงสุขภาพไซนัสดีขึ้น
> ช่วยควบคุมความดันโลหิต
> ช่วยให้กระดูกแข็งแรง
> ป้องกันไม่ให้เป็นตะคริว
> กระตุ้นความต้องการทางเพศ
> ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง
> ช่วยให้นอนหลับสนิท
เกลือบริโภคทั่วไปบางยี่ห้อมีสารป้องกันการจับตัวเป็นก้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย เกลือหิมาลัยซึ่งเป็นเกลือธรรมชาติจึงอาจปลอดภัยและดีต่อสุขภาพมากกว่า